วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

รู้รอบแบบแอบอิง

นิทานประกอบการเรียนบริหารรัฐกิจและธุรกิจ 

1.เกิดไฟใหม้ที่โรงอาบน้ำหญิง กลุ่มหญิงเปลือยล่อนจ้อนวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาบนท้องถนน ตาแก่คนหนึ่งตะโกนฮาป่า บรรดาหญิงเปลือยนึกขึ้นได้จึงพยายามใช้มือปกปิด แต่จุดล่อแหลมมีอยู่หลายจุด จึงต่างจ้าละหวั่นทำอะไรไม่ถูก ตาแก่ตะโกนบอก “ปิดใบหน้าก็พอ ข้างล่างมันเหมือนกันหมด” ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า ในภาวะฉุกเฉินไม่อาจทำอะไรให้รอบคอบทุกด้าน จับจุดสำคัญก็พอ 

2.สาวใหญ่แจ้งความกับตำรวจ “ดิฉันเสียบกระเป๋าเงินไว้ในยกทรง เบียดเสียดในรถไฟใต้ดินจนถูกหนุ่มหล่อล้วงกระเป๋าไป” ตำรวจขมวดคิ้ว “ล้วงในจุดล่อแหลมขนาดนี้ คุณไม่รู้สึกตัวรึ?” สาวใหญ่ตอบเหนียมอาย “ก็ไม่นึกว่าเขาตั้งใจจะล้วงกระเป๋าสิ” ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การทำให้ลูกค้าตกอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้มพอใจที่จะถูกรีดเงิน เป็นชั้นเชิงสูงสุดทางธุรกิจ 

3. บริษัทติดข้อความเหนือโถปัสสาวะ “ก้าวเข้าไปอีกนิด ใกล้ชิดอารยธรรม” แต่บนพื้นก็ไม่วายมีฉี่เรี่ยราดเฉอะแฉะ บริษัทศึกษาบทเรียนอย่างจริงจัง แล้วปรับแผนใหม่ดังนี้ “ฉี่ไม่ตรงเป้าโถแสดงว่าของคุณอ่อน ฉี่เล็ดก่อนถึงโถแสดงว่าของคุณสั้น” ผลปรากฏว่าพื้นสะอาดกว่าเดิมเยอะทีเดียว ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การให้คำแนะนำแก่ลูกค้า ต้องเป็นรูปธรรมและแทงถูกใจดำ 

4.วันหนึ่ง เลขานุการสาวตีหน้าขึงขังกับผู้จัดการ “ผู้จัดการ ดิฉันตั้งท้องอะ” ผู้จัดการได้ยินดังนั้นยังคงก้มหน้าอ่านเอกสาร แล้วตีหน้าตายพูดว่า “ผมทำหมันตั้งนานแล้ว” เลขานุการสาวตะลึงอยู่ชั่วขณะ แล้วยิ้มให้ผู้จัดการ “ดิฉันพูดเล่นจ้า” ผู้จัดการเงยหน้ามองเธอ “ผมก็หมือนกัน” พร้อมกับจีบน้ำชา ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า คนที่อยู่ในสังเวียนต้องไม่ตระหนกตกใจง่ายเมื่อเผชิญวาวะวิกฤต แม้มีปืนเล็งมาก็ตั้งตัวรับได้ 
5. ชายหนุ่มไปขอลูกสาว ว่าที่พ่อตาให้แต่ละคนแนะนำตัว ก.บอกว่า “ผมมีเงิน ๑๐ ล้าน” ข.บอกว่า “ผมมีคฤหาสน์หรูมูลค่า ๒๐ ล้าน” ว่าที่พ่อตาฟังแล้วรู้สึกพอใจ แล้วถาม ค. ว่ามีอะไร “ผมไม่มีอะไรเลย” ค.ตอบ “มีแต่ลูกคนเดียวยังอยู่ในท้องลูกสาวคุณ” ก. กับ ข. ได้ยินแล้วรีบลาจาก ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า อำนาจแข่งขันไม่อยู่ที่กำลังทรัพย์ แต่อยู่ที่การจัดวางคนของเราในตำแหน่งที่สำคัญ 

6.เถ้าแก่เบื่อเมียลับเต็มทน เมียลับเริ่มแก่ตัวจึงขอค่าเลี้ยงดูก้อนใหญ่ เถ้าแก่คิดจะฆ่าปิดปาก แต่ CFO เสนออุบายให้เถ้าแก่ออกทุนแสนหยวนส่งเมียลับไปเรียน EMBA โดยอ้างเหตุผลเพื่อยกระดับวุฒิการศึกษา ในห้องเรียน EMBA ล้วนเป็นนักศึกษาระดับเถ้าแก่ ต่างหลงเสน่ห์นักศึกษาสาวเมียลับคนนี้ ไม่ช้าไม่นานเมียลับก็ไม่ขออยู่กับเถ้าแก่เก่าแล้ว แถมยังให้เงินล้านแก่เถ้าแก่เก่าเป็นค่าปิดปาก ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพของธุรกิจ วิธีที่ดีที่สุดคือย้อมแมวตกแต่งแล้วแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุน ไม่ใช่ถือเป็นซากทิ้งไปหรือรอให้ย่อยสลายเอง

รู้ไว้!


วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

www.zalora.co.th

“ซาโลร่า” จับจริตขาชอป เสิร์ฟสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้ารองเท้ากว่า 500 แบรนด์ผ่านเว็บไซต์ ยึดแนวคิดถูกกว่า สะดวก ปลอดภัย พร้อมรับคืนสินค้าภายใน 30 วัน ตั้งเป้าภายใน 1 ปียอดสั่งซื้อเกิน 10,000 ชิ้นต่อวัน หลังอัตราการเติบโตช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาโต 25% ทุกสัปดาห์

นายเจอร์รี่ อีเดล กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ซาโลร่า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลถึงซาโลร่า (www.zalora.co.th) เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่เน้นจำหน่ายสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ ที่เปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานในประเทศไทยค่อนข้างดี ด้วยอัตราการเติบโตต่อเนื่องสัปดาห์ละ 25%

ซึ่งจากอัตราการเติบโตดังกล่าวทำให้เชื่อได้ว่าภายในอีก 1 ปีข้างหน้าจำนวนยอดการสั่งซื้อสินค้าต่อวันน่าจะเกิน 10,000 ชิ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 1,000 ชิ้นต่อวัน โดยสัดส่วนการซื้อระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ที่ 65% ต่อ 35% ขณะที่กำลังซื้อจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมีสัดส่วนเท่ากันที่ 50%

“ซาโลร่าช่วยให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าแฟชั่นในต่างจังหวัดเข้าถึงได้ง่ายขึ้นจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้เชื่อว่าความนิยมในต่างจังหวัดจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

โดยจุดที่ซาโลร่าแตกต่างจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายอื่นๆ คือ การจับตลาดเฉพาะกลุ่มลูกค้าแฟชั่น ด้วยสินค้าแฟชั่นจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 500 แบรนด์ 40,000 ชิ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น 1,000 แบรนด์ภายในสิ้นปีนี้ และยังเตรียมที่จะต่อยอดไปยังหมวดสินค้าประเภทอื่นๆ ตามความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นหลักอยู่ที่ราคาสินค้าถูกกว่าท้องตลาดราว 10-20% ไม่นับรวมกับการจัดโปรโมชันตลอดทั้งเดือน และยังมีการจัดส่งฟรีภายใน 3 วัน มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย เข้าใช้งานได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต สามารถจ่ายเงินปลายทางที่รับสินค้า และกรณีที่ไม่พอใจคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 30 วัน

ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่นไทยสามารถเข้าร่วมกับเว็บไซต์ซาโลร่าเพื่อนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายได้ และยังสามารถช่วยกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศจากเว็บไซต์ในเครือของร็อกเกต อินเทอร์เน็ตด้วย

ตลาดอีคอมเมิร์ซ และชอปปิงออนไลน์ของไทยยังหอมหวาน!! หลังต่างชาติเข้ามาบุกตลาดทำธุรกิจซื้อ-ขายออนไลน์อย่างต่อเนื่องรับกระแส ชอปปิงออนไลน์โต

หนึ่งในนั้นก็คือ “ร็อกเกต อินเทอร์เน็ต” ยักษ์อีคอมเมิร์ซและธุรกิจออนไลน์จากยุโรป ที่ได้เข้ามาเปิดเว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ระดับโลกอย่าง www.zalora.co.th ในประเทศไทยตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

นายปีเตอร์ โคพิทซ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซาโลร่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ร็อกเกต อินเทอร์เน็ต ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.2008 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือเว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ชื่อดังอย่าง ซาแลนโด้ (zalando) ในยุโรป ก่อนขยายไปยังบราซิลในชื่อ ดาฟีตี้ (Dafiti) และรัสเซียในชื่อ ลาโมด้า (Lamoda) จนถึงปัจจุบันมีบริษัทในเครือกว่า 100 บริษัท ใน 46 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานมากกว่า 1 หมื่นคน จากนั้นในปี ค.ศ. 2011 จึงได้เริ่มขยายธุรกิจเข้ามาในเอเชียในชื่อ ซาโลร่า (zalora) เป็นเว็บไซต์ชอปปิงสินค้าแฟชั่นออนไลน์ จนปัจจุบันเปิดบริการแล้ว ใน 8 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม และไทย

การเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยนั้น นายเจอร์รี่ อีเดล กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บอกว่า ไทยถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการขยายธุรกิจ ด้วยจำนวนประชากร และวงการแฟชั่นของไทยมีความล้ำหน้ากว่าประเทศอื่น ๆ และการบริโภคแฟชั่นของคนไทยสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชีย โดยคาดว่าตลาดรวมของชอปปิงออนไลน์ของไทยในปีนี้จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบันเว็บไซต์ซาโลร่ามีสินค้าแฟชั่นทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศจำนวน 515 แบรนด์ มีสินค้ามากกว่า 4 หมื่นรายการ ราคาตั้งแต่ 60 บาทจนถึงหมื่นกว่าบาท ซึ่งจะถูกว่าในห้างสรรพสินค้าเฉลี่ย 10-30% ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ทั้งของผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือชายหญิง อายุตั้งแต่ 18-35 ปี ที่ชื่นชอบแฟชั่น และใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตามเมื่อมีผู้ประกอบธุรกิจหลายราย แน่นอนว่าการแข่งขันย่อมสูงตาม จะอยู่ได้ต้องสร้างความแตกต่าง ซึ่งในเรื่องนี้ นายเมธิศร์ มุกดาสิริ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการเงินและบริการลูกค้า บอกถึงความแตกต่างของซาโลร่ากับคู่แข่งว่า ก่อนเข้ามาดำเนินธุรกิจได้ศึกษาพฤติกรรมการชอปปิงของคนไทยพบว่า ชอบเดินห้างสรรพสินค้า และต้องเห็นของก่อนจะจ่ายเงิน ทางบริษัทจึงหาวิธีเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนไทยหันมาชอปปิงออนไลน์มาก ขึ้นด้วยการสร้างจุดที่แตกต่างจากคู่แข่ง

ทั้งการมีสินค้าให้เลือกมากมายทั้งไทยแบรนด์ เอเชียแบรนด์ และอินเตอร์แบรนด์ รวมถึงสินค้าเอ็กซคลูทีฟ แบรนด์ ที่หาซื้อไม่ได้ในไทย และเปิดรับคู่ค้าสินค้าทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้าและจากยอดขาย ขณะที่ซาโลร่าจะช่วยทำตลาดให้ รวมถึงช่องทางขายในต่างประเทศ โดยปัจจุบันตลาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของไทยมีมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนรองเท้าอยู่ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีอัตราการเติบโตประมาณ 15-20% ต่อปี

“จุดเด่นของซาโลร่า คือสินค้าราคาถูกกว่าในห้างสรรพสินค้า เว็บไซต์เป็นภาษาไทย แสดงสินค้าให้ดูหลายมุมมอง มีการเทียบขนาดสินค้าให้เห็นบนเว็บไซต์ สามารถชอปปิงได้ทุกที่ทุกเวลา มีการจัดโปรโมชั่นทุกวันต่อเนื่อง และส่งสินค้าฟรีทั่วประเทศ ได้รับของภายใน 1-3 วัน เช็กสถานะการส่งของได้ และที่สำคัญหากลูกค้าไม่พอใจในสินค้าสามารถคืนเงินเต็มจำนวนได้ภายใน 30 วัน โดยไม่คิดค่าส่ง นอกจากนี้การชำระเงินนอกเหนือการจ่ายผ่านเพย์พาล (paypal) บัตรเครดิตและธนาคารออนไลน์ ยังได้เปิดบริการ แคช เดลิเวอรี่ ให้ลูกค้าจ่ายเงินปลายทางเมื่อได้เห็นและพอใจในสินค้าแล้ว

นายเจอร์รี่กล่าวเสริมว่า หลังเปิดให้บริการมาเกือบ 6 เดือนถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมียอดสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) เฉลี่ยประมาณ 1,000 ออร์เดอร์ต่อวัน และมีการเติบโต 20% ในทุกสัปดาห์ มีคนเข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 7 หมื่นคนต่อวัน และมียอดสมาชิกที่ลงทะเบียนในเว็บไซต์จำนวน 8 หมื่นราย เมื่อถึงช่วงกลางปี 2556 ตั้งเป้าหมายมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นออร์เดอร์ต่อวัน และมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 2.5 แสนราย และจะเพิ่มสินค้าให้มีมากกว่า 1 แสนรายการ เพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ ๆ และขยายไลน์สินค้าไปยังอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย และอุปกรณ์สื่อสารไอที

“สิ่งที่พบใน 6 เดือนที่ผ่านมา คือ ผู้ชายไทยซื้อสินค้ามีมูลค่าที่สูงกว่าผู้หญิง ขณะที่ผู้หญิงจะซื้อสินค้าบ่อยครั้งกว่า บริษัทจึงมีแผนทำให้ซาโลร่า เป็นที่รู้จักในไทยมากขึ้นด้วยการโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อผลักดันยอดสั่งซื้อสินค้าให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายเจอร์รี่ กล่าวทิ้งท้าย.


รู้จักเปรียบเทียบ



ทำไมไม่มีคนมาจีบ?? (ตามหลักการตลาด)โสดมานานเกินไปแล้วนะ

คุณๆประสบกันบ้างรึเปล่าว่า ในชีวิตไม่มีคนมาจีบ ทั้งๆที่หน้าตาดี หรือไม่ก็ ทำไมไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเค้าหว่า?…
บางทีหน้าตาดีของเรา นิสัยดีของเรา อาจไม่ตรงกับใจเขา ถ้าเอาหลักการตลาดมาอธิบายก็ต้องบอกว่า สินค้าดีไม่ใช่จะการันตีว่าจะขายดีเสมอไป

Product มันเป็นแค่ P ตัวที่หนึ่ง ยังต้องดู Price (ราคา), place (ช่องทางการจัดจำหน่าย), และ Promotion ควบคู่ไปด้วย

* Price *

ของเราไม่ได้หมายถึงสินสอด แต่หมายถึงสิ่งที่เขาต้องจ่ายเพื่อมาจีบหรือเป็นแฟนเรา บางคนตั้งกำแพงเยอะว่าแฟนฉันต้องแบบนั้นแบบนี้ เจ้ากี้เจ้าการ เปลี่ยนแปลงชีวิตแฟนใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัว ขี้หึง จุกจิก… แบบนี้แปลว่าคุณตั้งราคาคุณไว้สูง คนจะเข้าหาคุณต้องมีรถขับ ต้องรวย ต้องหล่อ อันนี้ก็ถือเป็นราคาที่คุณตั้งไว้เหมือนกัน เหมือนผู้เขียนเลย อิอิ

* Place *

คือช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ประยุกต์มาอธิบายได้ว่า คุณมีช่องทางให้เขาพบปะเจอะเจอได้มากแค่ไหน บางคนมีชีวิตอยู่สองที่ คือบ้านกับมหาวิทยาลัย บางคนอยู่เฉพาะเฝ้าโต๊ะกลุ่มโต๊ะเดียว เกาะเพื่อนแจ แถมยังไม่เคยทำกิจกรรมอะไรเลย เลิกปุ๊บกลับบ้าน มีรถที่บ้านมารับ ไม่มีใครรู้จักพบเห็นอะไรดีๆในตัวคุณเท่าไหร่ หรือมีคนชอบแต่ไม่เคยมีโอกาสแม้แต่จะได้ยิ้มให้ เคยไหมครับเห็นโฆษณาในทีวี แล้ววิ่งไปดูในห้าง ไม่มีขาย ร้านปากซอยก็ไม่มี ที่ไหนก็ไม่มี จนไม่อยากซื้อแล้ว

* Promotion *

อันนี้ถ้าดีจริง แจ๋วจริง ไม่ต้องใช้มากหรอกคะ Promotion ทางการตลาดหมายถึงการส่งเสริมการขาย พวกประชาสัมพันธ์ การสร้างภาพต่างๆ การลดแลกแจกแถม .. ประเภทจีบวันนี้ดูหนังฟรีสองเรื่อง อย่างคนแถวนี้ เธอก็ลุกมาทำไดอารี่ เอารูปสวยๆปิ๊งๆของเธอไปแปะไว้ ก็อนุมานเอาว่าเธอจะทำโปรโมชั่นตัวเธอเอง การเป็นนักกีฬา เป็นหัวหน้าห้อง เป็นลีดเดอร์ เป็นคนเรียนเก่ง แล้วได้รับการยกย่องเชิดชู เป็นตัวแทนนักเรียน ได้รางวัลโน่นนั่นนี่ ล้วนแล้วแต่เป็นการ Promotion ในเชิง PR คะ

สมัยนี้เขาว่ากันไปถึง P ตัวที่ห้าที่หกแล้ว คือ…

* Packaging *

ถ้าประยุกต์มาก็น่าจะหมายถึง บุกลิค หน้าตา การแต่ง ตัวการพูดจา อะไรที่ดูได้ ฟังได้ ตัวที่หกคือ People ปกติหมายถึงคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสินค้าบริษัทนั้นๆ
อ่านเอาแค่ขำๆกันนะคะ

ด่าผ่านเน็ต



ทันทีที่ รมว.ไอซีทีประกาศเอาผิดเว็บไซต์ที่โพสต์ข้อความดูหมิ่นนายกฯ ปู “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” พร้อมระบุว่าจะสั่งระงับเว็บไซต์ทันที แถมจะลงโทษปรับ 2 หมื่นบาท จำคุกอีก 1 ปี ชาวออนไลน์หลายคนตื่นตัวพร้อมตั้งคำถามว่าแล้วจะโพสต์อย่างไรให้ไม่ให้เข้าข่ายหมิ่น? รวมถึงคำถามคาใจว่าถ้าเป็นการโพสต์บนเฟซบุ๊กแล้วไอซีทีไทยจะระงับเฟซบุ๊กได้จริงหรือ?

คำถามเหล่านี้ได้รับคำตอบจาก “ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ” ที่ปรึกษากฎหมาย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ซึ่งฟันธงว่าคำขู่ของ รมว.ไอซีทีเป็นเรื่องที่ไม่ถูกหลักการ ขณะที่ชาวออนไลน์จะต้องระวังเรื่องการส่งต่อเรื่องราวที่เข้าข่ายหมิ่นให้ดี ทั้งภาพตัดต่อและการรีทวีต (retweet) ข้อความที่ไม่เป็นความจริง

1. วิจารณ์ผลงานไม่หมิ่น

นายกรัฐมนตรีนั้นมีสถานะเหมือนบุคคลทั่วไป การวิจารณ์ผลงานหรือการดำเนินงานต่างๆ ที่พูดถึงประโยชน์ประเทศชาตินั้นสามารถทำได้ แต่การใส่ความและการว่าร้าย วิจารณ์นิสัยว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้โดยที่ไม่เป็นจริง จะถือว่าหมิ่นประมาท

สรุปคือ ความผิดหมิ่นประมาทจะเกิดขึ้นเมื่อมีการพูดถึงพาดพิงให้เสียหาย หรือมีการใส่ความที่ไม่เป็นความจริงให้เสียหายเท่านั้น

แต่หากเป็นคดีหมิ่นประมาทขึ้นมาจริง ไอซีทีก็จะไม่มีอำนาจสั่งระงับเว็บไซต์เพราะคดีหมิ่นประมาทไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งตามหลักการแล้ว กระทรวงไอซีทีจะมีอำนาจปิดกั้นเว็บไซต์ได้เมื่อพบความผิดหมิ่นสถาบันฯเท่านั้น เท่ากับว่าคำพูดของ รมว.ไอซีที “ยังไม่ตรงหลักวิชาการ”

ดังนั้น ถ้าเป็นการวิจารณ์ของสื่อมวลชน กฎหมายมาตรา 329 จะคุ้มครองเพราะเป็นข้อยกเว้นของสื่ออยู่แล้วที่ต้องติชมทั่วไปและนำเสนอข่าวเชิงวิชาการ ดังนั้นถ้ามีการวิจารณ์ก็จะต้องมีการพิจารณาว่าเป็นสื่อมวลชนหรือไม่

2. ต้องระวังภาพตัดต่อ
เคล็ดไม่ลับ! การโพสด่าผ่านเน็ตไม่ให้โดนฟ้องหมิ่นประมาท

ในขณะที่คดีหมิ่นประมาททั่วไปไม่เข้าข่าย แต่ “การตัดต่อภาพ” จะเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์โดยตรง ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการตัดต่อภาพจากผิดเป็นไม่ผิด หรือไม่ผิดเป็นผิด ทุกรูปแบบมีความผิด

ความผิดหมิ่นประมาทที่มีผลทาง พ.ร.บ.ความผิดคอมพิวเตอร์ คือ ความผิดที่เข้าข่ายมาตรา 14 (1) เท่านั้น โดย มาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 มีสาระสำคัญว่าการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ คือข้อมูลที่เป็นเรื่องไม่จริงทั้งหมด หรือไม่จริงเพียงบางส่วนเข้าสู่คอมพิวเตอร์ แล้วทำให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย ล้วนเป็นความผิด

ซึ่งการตัดต่อรูปจะเข้าข่ายความผิดนี้โดยตรง และการเผยแพร่ภาพให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรืออับอาย จะมีความผิดตาม ม.16 ขณะที่การโพสต์ข้อความตามกะทู้ต่างๆที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม เป็นเท็จ ก็จะผิดตาม ม.14 นี้ด้วย

3. จะ Share หรือ Retweet ต้องให้มั่นใจ

จุดที่ประชาชนต้องระวัง คือ การ retweet หรือการแชร์ข้อความและภาพต่อ เพราะหากไม่มั่นใจว่าข้อความหรือภาพนั้นเป็นความจริงก็อาจมีความผิดฐานเผยแพร่

โทษของผู้ทำซ้ำและเผยแพร่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาเจตนาของผู้กระทำเป็นหลัก เพราะกรณีที่เป็นความผิดอาญานั้นต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา หากเป็นการเก็บข้อมูลปกติไว้ในคอมพิวเตอร์ไม่จัดอยู่ในกรณีทำซ้ำ

นอกจากนี้ ในกฎหมายอาญาก็ไม่มีบทบัญญัติให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจในการปิดบล็อกเว็บไซต์ แต่ต้องให้ไอซีทีส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้สั่งการเท่านั้น

4. โพสต์วิพากษ์ผ่าน Facebook ปลอดภัย!

สิ่งที่ชาวออนไลน์ควรรู้ คือ เฟซบุ๊กยึดกฎหมายสหรัฐอเมริกาเป็นหลักปฏิบัติ เฟซบุ๊กจึงเลือกระงับเฉพาะเพจที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการก่อการร้ายเท่านั้น ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กยังไม่ดำเนินการปิดเพจที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์แม้จะมีคำสั่งจากศาลไทย เนื่องจากคำสั่งจากศาลไทยจะถือเป็นเอกสารขอความร่วมมือที่ไม่มีผลลงโทษใดๆ

ในกรณีของคำวิจารณ์นายกฯ ปูบนเฟซบุ๊ก หาก รมว.ไอซีทีพบข้อความหมิ่นประมาทบนเฟซบุ๊กก็จะไม่มีอำนาจสั่งระงับเพจบนเฟซบุ๊กใดๆ สิ่งที่ทำได้ คือ การบล็อกไม่ให้เปิดชมเพจจากประเทศไทย ซึ่งขั้นตอนที่ถูกต้องคือต้องรอให้ศาลตัดสินมูลฟ้องและออกคำสั่งศาลตามมา แปลว่าฝ่ายบริหารจะไม่มีอำนาจในการตัดสินใดๆ
เอาพออเป็นความรู้นะจ๊ะ มีเวลาจะแวะมาให้ข้อมูลใหม่ คงเป็นประโยชน์บ้างนะคะ

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ChangMai

สวัสดีเจ้า...ยินดีต้อนรับสู่เชียงใหม่เจ้า

Sawadee from #ChangMai

ดอยม่อนจอง หรือ ม่อนจอง มีลักษณะเหมือนทุ้งหญ้าสีทอง ที่พลิ้วไหวไปตามกระแสลมที่พัดพาไป ในระหว่างทาง จะได้พบเห็นกับดอกไม้ป่าหลากหลายชนิด โดยจะออกดอกพร้อมเพียงกัน ซึ่งไม่เคยพบเห็นทั่วไปด้วยค่ะ
http://www.facebook.com/Pimarayabeauty

ถึงแม้หนทางการเดินทางบนดอยมีความสูงและชัน แต่จุดหมายปลายทางนั้นมักจะแฝงไปด้วยคุณค่าแห่งจิตใจ บนดอยม่อนจอง คุณจะได้ค้นพบความสงบสุขภายในใจ รับชมทิวทัศน์งดงาม 360 องศาที่อยู่รอบๆ กาย ความสวยงามทางธรรมชาติที่ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นจุดชมวิวเป็นได้ทั้งจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน หรือ รับแสงรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ ในจุดเดียวกันค่ะ @Pimarayabeauty

#การบินไทย ขอเสนอโปรโมชั่น “September Surprise” บัตรโดยสารราคาพิเศษสำหรับเส้นทางภายในประเทศค่ะ

เปิดให้สำรองบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 ถึง 30 กันยายน 2556 (เริ่มออกเดินทาง ตั้งแต่ 1 กันยายน 2556 – 15 พฤศจิกายน 2556)

*ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าธรรมเนียม และค่าภาษีสนามบินทุกประเภทค่ะ

ดูรายละเอียดเที่ยวบินและราคาได้ที่ http://bit.ly/1afj6Kz

โดยท่านสามารถสำรองบัตรโดยสารได้ที่ www.thaiairways.com หรือ THAI Contact Center โทร. 02-356-1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง) รวมทั้งสำนักงานขายการบินไทย http://bit.ly/TGOffice และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารของการบินไทยทุกแห่งค่ะ

**ย้ำค่ะ จองบัตรโดยสารได้ตั้งแต่ 1 – 30 กันยายน 2556 เท่านั้นนะคะ

Doi Mon Jong or the Mon Jong Mountain has unique characteristic of the great vast of yellow grass fields. Along the path, you will witness the unseen exotic flowers which are fully blossoms on the great landscape.

Even though hiking on the #mountain is full with hardship journey, but the journey eventually offers rewards at the end of the day. On the top of the Doi Mon Jong mountain, you will find the sense of calm. You can watch the 360 degrees natural sceneries. It is a great sightseeing spot for watching the sunrise and watching the sunset.

#THAI offers “September Surprise” one-way special fares #promotion for domestic flights!

Ticket reservation can be made from 1 September 2013 until 30 September 2013 (Passengers may depart from 1 September 2013 – 15 November 2013).

*Airport taxes are excluded. And limited seat per flight.

For more details on flights and ticket price, click http://bit.ly/1dCxM6R

To make a reservation, please visit www.thaiairways.com, call #THAI Contact Center at +662-356-1111 (24 hours), #THAI #worldwide offices -http://bit.ly/TGOffice, or your ticket agencies.

**Important: Tickets are available for reservation on 1 - 30 September 2013 only.

#thaiairways #changmai #promotion #Thailand #Thaionly #thaifood #nation #worldwide #collawitch #alright